My Dad Story

ผมถามพ่อระหว่างนั่งอยู่ในรถ ขณะกำลังเดินทางกลับบ้านว่า สมัยวัยรุ่น พ่อมีอาชีพขับแท๊กซี่แล้วอยู่ดี ๆ มากลายเป็นเจ้าของโชว์รูมขายรถยนต์ มี 5 สาขาขนาดใหญ่ในกรุงเทพได้ยังไง? พ่อตอบด้วยความภูมิใจว่า “กูไม่ได้แค่ขับแท๊กซี่นะ ยังมีรถคว่ำเกือบไม่รอดไปรอบนึง แล้วตอนหลังยังได้ไป Import รถยนต์จากต่างประเทศเข้าไทยอีก” จริง ๆ ผมก็พอรู้เรื่องคร่าว ๆ แล้วล่ะ แต่อยากฟังดีเทล และเวลาให้เขาเล่าเรื่องในอดีต เค้าจะสนุกมาก “อ่ะ.. ยังไง ๆ” ผมถาม จากนั้นสตอรี่ก็มา… พ่อผมเป็นคนกรุงเทพ ส่วนอากง (พ่อของพ่อ) เปิดตลาดแถวสี่แยกบ้านแขก อาม่า (แม่ของแม่) ก็ช่วยทำงาน และขายกาแฟไปด้วย ชีวิตของที่บ้านถือว่าพอไปได้ ส่วนคุณพ่อผมหลังเรียนจบก็ย้ายไปอยู่แถวอีสาน ขับรถแท๊กซี่พาคนข้ามจังหวัด “แถวนั้นมึงให้กูหลับตาขับยังได้” นั่น.. มีขิงใส่ด้วย.. มีอยู่วันหนึ่ง อาม่าได้ข่าวว่าคุณพ่อรถคว่ำ เพราะขับแท๊กซี่ไปปะทะกับรถขนซุง อาม่าที่ปัจจุบันเสียไปแล้วเคยเล่าให้ฟังว่า “วันที่เดินทางไปถึง เห็นสภาพรถ ก็คิดว่าลูกกูไปแล้ว..” แต่ปรากฎว่าไม่เป็นอะไรเลย อีกหลายสิบปีถัดมา วันที่ผมกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ คุณพ่อให้พระมาองค์หนึ่งแล้วบอกว่า “นี่คือพระที่เขาใส่ตอนที่รถคว่ำ” ขอให้พระคุ้มครองผมเหมือนที่คุ้มครองเค้า […]

เด็กดีได้ ไม่อยู่ที่มือถือ แต่อยู่ที่ครอบครัว

ผมเคยคิดว่ามือถือเป็นสิ่งเลวร้ายและไม่ควรให้เด็กสัมผัสมันเลย ลูกผมโตมากับเกมกระดาษ แผ่นป้าย A B C แถมรู้สึกแย่กับผู้ปกครองที่ให้เด็กเล่นเกมในมือถือ ipad ตั้งแต่ไม่กี่ขวบ แต่ความจริงแล้ว “เราจะหลีกเลี่ยงมันได้อย่างไร” คือคำถามที่ยากกว่า

Toxic Productivity เมื่อความขยันทำร้ายคุณ

เคยเป็นไหม พอว่างแล้วรู้สึกไร้ประโยชน์ ต้องหาอะไรทำ .. ด้วยความที่เรารู้สึกว่า ทุกนาทีมีค่า เราต้อง Productive ต้องเราต้องทำๆๆๆ และการที่อยากทำอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ทำให้ความขยันกลายเป็นพิษได้

คนเราความสุขมากที่สุดตอนอายุเท่าไหร่?

นี่เป็นชาร์ตที่ผมจำได้แม่น ชาร์ตรูป “ยิ้ม” โดยช่วงที่ดรอปต่ำสุดคือช่วงอายุประมาณ 50 (ใครกำลังเดินทางมาสู่วัยนี้ก็เตรียมตัวไว้เลย)

สิ่งที่คนต้องการมากที่สุดคือความสุข

ปี 1961 Mihaly Csikszentmihalyi นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน-ฮังการี บอกว่า “เหตุผลที่เราต้องการ หล่อ สวย เงินทอง สุขภาพ หรืออำนาจ ก็เพราะเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความสุข”

Open Talent Economy เพราะ “คน” คือเหตุผลสำคัญของธุรกิจ

ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีมากมาย มีเทคโนโลยี ความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Data, การเก็บข้อมูล, การวิเคราะห์, AI หรือแม้แต่เรื่องการออกแบบ, ดีไซน์, การเขียนโปรแกรม ยิ่งไปกว่านั้น หลาย ๆ เทคโนโลยีกลับมีอายุสั้น เรียนรู้ได้ไม่เท่าไหร่ ก็มีสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาแทนที่ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วผู้ประกอบการยุคใหม่ควรรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างไร

Omotenashi ปรัญชาของความใส่ใจแบบญี่ปุ่น

Omotenashi มาจากคำสองคำ คำแรกคือ “Omote” ซึ่งแปลว่า หน้า หรือ ด้านหน้า, สิ่งที่อยู่ด้านหน้า, Public Face ส่วนคำว่า “Nashi” แปลว่า ไม่มี รวมกันสองคำหมายถึง การไม่มีหน้าไม่มีหลัง ไม่มีปิดบัง การทำอะไรโดยไม่มีวาระซ่อนเร้น ทำจากก้นบึ้งของหัวใจ