ความยากของการจัดงาน CTC2022 เริ่มต้นตั้งแต่ “แค่คิดว่าจะเริ่ม”
ปกติเดิมที งาน CTC ในปีที่ผ่าน ๆ มา เราจะจัดช่วงต้นปี คือภายในเดือนมกราคมของทุกปี เพราะเราอยากจัดงานที่พูดถึงเทรนด์และสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีนั้น ๆ เพื่อต้อนรับทุกคนให้เข้าสู่ปีใหม่
ซึ่งก็จัดได้ทุกปีเสมอมา
แต่ในปี 2022 นี้อย่างที่หลายคนรู้ดีว่า ช่วงเดือนมกราคมนั้น สถานการณ์โควิดในบ้านเราก็ยังไม่แน่นอน แม้ว่าความจริงพวกเราก็พอจะเห็นแสงสว่างกันปลายอุโมงค์ พอจะเดาได้ว่า “มันน่าจะใกล้จบแล้วนะ”
แต่การเตรียมจัดงานอีเว้นท์นั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 2 สัปดาห์ ไม่ใช่ว่าคิดอยากจะทำก็ทำ โดยเฉพาะงาน CTC เราต้องใช้เวลาทำงานไม่น้อยกว่า 6 เดือนล่วงหน้า
และเป็นอย่างนี้ทุกปี
ดังนั้นถ้าคิดว่าจะจัดมกราคม 2022 นั่นหมายความว่าเราต้องตีโจทย์แตกแล้วตั้งแต่ มิถุนายน 2021 ซึ่งเวลานั้นต้องเรียกว่าเป็นวิกฤตที่สุดช่วงหนึ่งของโควิดเลยทีเดียว
จริง ๆ เราสามารถทำแบบ CTC2021 ได้ นั่นคือเตรียมจัดงานและเตรียมแผนสำหรับจัด Virtual ไว้ด้วย เผื่อว่าจัด On Ground ไม่ได้ก็ย้ายมาเป็น Virtual อย่างเดียวเลย
แต่ผมไม่อยากทำ
พวกเราคิดถึงบรรยากาศการได้เจอกัน การได้คุยกันแบบเห็นหน้าตัวต่อตัว เราคิดถึงเพื่อน ๆ ทุกคน เราเบื่อการรู้จักกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม
จนบางทีผมเองก็แอบคิดไปว่า นี่เรา “ล้าสมัย” รึเปล่านะ ขณะที่โลกเค้าไป Online กันหมดแล้ว ทำไมเรายังอยากจะจัดงานให้คนมาเจอกันอยู่นะ?
ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังของ 2021 เราตัดสินใจคุยกันว่า “ถ้าไม่ได้จัดเป็น On Ground เราก็จะไม่จัดดีกว่า” เราจะข้ามปีนี้ไปเลย
และเราก็ข้ามมันไปจริง ๆ
เดือนมกราคมบนหน้า Facebook ของผมเต็มไปด้วยฟีด “On This Day” ที่บอกว่า “วันนี้เมื่อปีก่อนทำอะไรบ้าง” และมันเป็นภาพของงาน CTC ที่เราอยากเห็นมันกลับมาอีกครั้ง.. แต่จะทำไงได้…
ผมคิดในใจว่า เราก็ต้องรอไปอีก 1 ปีสินะ แล้ว มกราคม 2023 ค่อยกลับมาใหม่
ช่วงต้นปี 2022 ผมเองได้มีโอกาสทานข้าวกับพี่หนุ่ย พงษ์สุข เราคุยกันหลายเรื่อง แต่เรื่อง CTC เป็นหนึ่งในสิ่งที่ติดอยู่ในหัวผมมาตลอดเวลา ผมเปรยกับพี่หนุ่ยว่า “เสียดายที่ปีนี้ไม่ได้จัด CTC”
พี่หนุ่ยบอกว่า
“ก็จัดเลยสิ!”
“แต่ปกติผมจัดต้นปีนะครับพี่”
พี่หนุ่ยตอบอย่างรวดเร็วว่า “จัดเลย จัดกลางปี แล้วถ้าอยากวางไว้ที่ต้นปี เดี๋ยวต้นปีหน้าค่อยว่ากันใหม่”
เอออ..นั่นสินะ ..แบบนี้ก็ได้หรอ (ในใจผมคิด)
เดิมเราพยายามยึดเดือนมกราคมไว้ตลอด เพื่อทำให้เพื่อน ๆ ที่มางานจำได้ ว่างานเราจัดเวลานี้นะ เหมือนตอนเราไปงานต่างประเทศอย่าง CES จะจัดมกราคม, SXSW จะจัดมีนาคม และ WebSummit จะจัดพฤศจิกายนแบบนี้ สร้างภาพจำ
หรือเราจะยึดติดเกินไป.. ผมคิด
จากนั้นไม่นาน ช่วงต้นปี เราเริ่มประเมินสถานการณ์ อย่างที่บอกว่า เราต้อง “คาดเดาล่วงหน้า 6 เดือน” ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่เราก็ต้องทำ
ผมบอกทีมว่า “OK ถ้าเราประเมินงาน 6เดือนไม่ได้ งั้นเราจะประเมินแค่ 3เดือนพอ.. เราจะจัดงานกัน..เดือนมีนาคม!”
เห้ย!! มีนาคมจะทำได้ไง!
เออ..ทำไม่ได้ มันไวไปจริง ๆ
555555
สุดท้าย ผมคิดว่าถ้าบีบคั้นมากไป อาจจะพังหมดทุกอย่าง ดังนั้นเราจึงปรับแผนกันใหม่ ทุกอย่าง และเลื่อนให้เป็น “ปลายเดือนมิถุนายน 2022” ซึ่งนั่นจะทำให้เรามีเวลาไม่ถึง 6 เดือน แต่ก็ไม่กระชั้นชิดเหมือนมีนาคม
ระหว่างนั้นทุกเดือน ติดตามสถานการณ์ทุกอย่าง พวกเรานั่งดูตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด ดูข่าวการเมือง สนใจข่าวเศรษฐกิจ ในสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงขนาดนี้ ความเสี่ยงมันไม่น้อยเลย
และสุดท้ายเราก็เคาะวันออกมาเป็นวันที่ 25-26 มิถุนายน 2022
ถามว่า.. ทำไมปีนี้ถึงเป็นปีแรกที่จัด 2 วัน.. ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ก็ไม่แน่นอน แต่กลับจัดใหญ่ที่สุดตั้งแต่เราเคยจัดมาเลย…
ถ้าชอบอ่าน.. ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังนะครับ