Signal vs Noise

Signal vs Noise

เมื่อวานไปซื้อกระดาษจดโน้ตเล่มเล็ก ๆ มา..​ ผมอยากจะเล่าให้ฟังว่าผมซื้อมาทำไม

ทุกวันนี้สิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจเรามันมากขึ้นทุกวัน ๆ

สังเกตได้ว่าเวลาคิดจะทำอะไรซักอย่าง มักจะมีอีก 1 หรือ 2 หรือ 3 อย่างดึงความสนใจเราออกไป

ยิ่งถ้าต้องเข้ามาหาข้อมูลอะไรใน facebook, IG หรือ TikTok แล้วล่ะก็ โอกาสที่จะหลุดออกไปโดยไม่แวะดูเรื่องอื่นนั้นเป็นไปได้ยาก

Kevin O’Leary ชื่ออาจไม่คุ้นสำหรับบางคน แต่เชื่อว่าหลายคนเคยเห็นหน้าแกในรายการ Shark Tank เควินเล่าในรายการ Diary of a CEO ถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เขาเคยทำงานกับ Steve Jobs

สิ่งที่เควินได้เรียนรู้ในช่วงนั้นจากสตีฟ จ็อบส์ นั่นคือการแยกแยะระหว่าง “SIGNAL vs NOISE”

สัญญาณที่คุณเห็น (Vision of Signal) คือ 3-5 สิ่งที่คุณต้องทำในอีก 18 ชั่วโมงข้างหน้า แยกให้ได้กับ สิ่งรบกวนรอบข้าง (Noise)

เควินบอกว่า เวลาเขาสอนคนเป็นเจ้าของกิจการ เขามักจะบอกให้ทุกคนจับ Signal ให้ได้ “รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรใน 18 ชั่วโมงข้างหน้า”

18 ชั่วโมง ข้างหน้า ไม่ต้องมองไปไกลถึง 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ขอแค่ 18 ชั่วโมงพอ

มองให้เห็นว่า 3-5 สิ่งที่คุณต้องทำใน 18 ชั่วโมงข้างหน้านี้คืออะไร!?

เมื่อคุณเห็นชัดแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง ..

“สิ่งที่ขัดขวางคุณจากการทำสิ่งเหล่านั้นถือว่าเป็น NOISE ทั้งหมด”

ซึ่งเควินบอกว่า อย่างสตีฟ จ็อบส์ นี่มองเห็น Signal ได้ชัดและไม่สนใจสิ่งที่มารบกวน

โดยสัดส่วนที่เควินเชื่อว่าจะทำให้คนประสบความสำเร็จคือ โฟกัสที่ Signal ให้ได้ 80% และ 20% Noise

ส่วนคนที่เควินเชื่อว่ามีสัดส่วนระหว่าง Signal กับ Noise ได้มากกว่า 80/20 คนนั้นคือ “Elon Musk”

ส่วนตัวผมเองเชื่อสนิทใจว่าสิ่งที่มารบกวนเหล่านี้ คือ Noise ที่ทำให้เราถึงเป้าหมายช้าลง

มันไม่ต่างอะไรกับการที่เราตั้งเป้าหมายจะเดินไปมินิมาร์ทหน้าบ้าน แต่ระหว่างทางมีเพื่อนทัก มีหยุดแวะซื้อขนม ฯลฯ เสมือนสิ่งที่มารบกวนที่ทำให้เราถึงเป้าหมายช้าลง

ผิดกับคนที่เดินทางไปอย่างมั่นใจโดยไม่ลังเล คนเหล่านี้จะไปถึงเป้าหมายได้ไวกว่าอย่างแน่นอน

พูดถึงคนไกลตัวกันแล้ว ขอพูดถึงคนใกล้ตัวบ้าง

ปีนี้ผมเดินทางไป สปป.ลาว 2 ครั้งแล้ว แต่ละครั้งผมก็จะเชิญ Speaker ไปด้วย

การได้ใช้ชีวิตอยู่กับ Speaker ทำให้เราได้เรียนรู้การใช้ชีวิตของเขาครับ

ครั้งแรกมีคุณแทป รวิศ คุณโอม Yell และ เบิ้ล TWF

คุณแทปเป็นคนโฟกัสและมีวินัยมาก คุณเห็นเขาเป็นอย่างไรในโซเชียล เขาก็เป็นอย่างนั้นล่ะ ตอนที่เราอยู่ สปป.ลาว เมื่อยังไม่ถึงเวลาที่ต้องขึ้นเวที คุณแทปจะไม่มาเดินเล่น ไม่นั่งจิบกาแฟชิล ๆ จะว่าไปผมไม่ค่อยได้เห็นคุณแทปเลยจนใกล้เวลาต้องขึ้นเวที และพอได้เจอตัวผมจึงถามคุณแทปว่า “คุณแทปหายไปไหนมา?”

ครั้งแรกคุณแทปบอกว่า “อ่อไปอัด Podcast มาครับพี่”

ครั้งที่สองบอกผมว่า “ไป Fitness มาครับ พี่ไปมายัง fitness ที่นี่ดีมาก ๆ!”

คือ หลังขึ้นเวทีเช้า พอมีช่วงว่างก่อนจะขึ้นอีกครั้งตอนบ่ายแก่ ๆ คุณแทปก็หายไปออกกำลังกาย ไป Fitness ต่อ

โหหหวววว

คุณแทปบอกว่า “ไม่ได้ครับ ถ้าเราไม่เติมช่องว่างให้เต็ม เดี๋ยวเราจะไม่ได้ออกกำลังกาย จะออกก็ต้องทำตอนนี้แหละ”

Active มาก ใช้เวลาคุ้มค่ามาก

ส่วนรอบสองที่เดินทางไป สปป.ลาว รอบนี้ผมไปกับแบงค์ Shifu, เบิ้ล TWF, และ ตี๋โอ

ผมนั่งสังเกตตี๋โอ..

ตั้งแต่สนามบินขาไป ถึงโรงแรม ไปดูบ้านเมืองเวียงจันทน์ ขึ้นเวทีบรรยาย เดินช้อปปิ้ง จนกลับถึงสนามบินที่กรุงเทพฯ ตี๋โอ ถ่ายคลิปตลอดเวลา

แรก ๆ ตี๋โอจะบอกว่า “เดี๋ยวผมมานะครับ ขอไปถ่ายคลิปก่อน”

หลัง ๆ ไม่บอกแล้ว อยู่ ๆ ก็หายตัวไป พวกเราก็รู้แล้วว่าหายไปถ่ายคลิป ทำคอนเท้นต์แน่ ๆ

นี่มันวิถีครีเอเตอร์

คนที่คุณเห็นว่าประสบความสำเร็จหลายคน เขามีโฟกัสสูงมาก ๆ และรู้ว่า “อะไรคือสิ่งที่ต้องทำ”

และสิ่งนั้นสะท้อนกลับมาตอบโจทย์เป้าหมายของเขาอย่างไร

คือทุกวินาทีที่ผ่านไป จะทำให้พวกเขาเข้าใกล้เป้าหมายมากยิ่งขึ้น

หลังดูคลิป Kevin O’Leary จบ ผมนั่งถามตัวเองว่า “ใน 18 ชั่วโมงข้างหน้า ผมต้องทำอะไรบ้างนะ?”

จากนั้นผมจึงไปซื้อสมุดจดโน๊ตเล่มเล็ก ๆ แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนว่าผมต้องทำอะไรบ้างในอีก 18 ชั่วโมงต่อจากนี้

และคิดว่าต่อไปนี้ต้องชัดเจนและมี Vision of Signal มากกว่านี้

เช่นกันครับ

หลังอ่านจบแล้ว.. อยากให้ทุกคนลองถามตัวเองดูว่า

“ใน 18 ชั่วโมงข้างหน้า ฉันจะต้องทำอะไรบ้าง?”

เพื่อค้นหา Vision of Signal กันครับ

Up Next:

S M L สูตรตั้งเป้าหมายที่มีคนทำได้จริง

S M L สูตรตั้งเป้าหมายที่มีคนทำได้จริง